2026-05-29
แผนกรังสีรักษา โรงพยาบาลอาซาน คังนึง ฉลองความสำเร็จ ผู้ป่วยใหม่ทะลุ 1 หมื่นราย และการรักษาครบ 3 แสนครั้ง!
โรงพยาบาลอาซาน คังนึง ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการรักษาโรคมะเร็งในภูมิภาคคังวอนและยองดง ด้วยสถิติผู้ป่วยใหม่สะสม 10,000 ราย และการรักษาทางรังสีรวมกว่า 300,000 ครั้ง

ข่าวประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลอาซาน คังนึง แผนกรังสีรักษา มีผู้ป่วยใหม่ทะลุ 10,000 ราย และดำเนินการรักษาครบ 300,000 ครั้ง!

โรงพยาบาลอาซาน คังนึง กำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการรักษาโรคมะเร็งในภูมิภาคคังวอนและยองดงอย่างแท้จริง 👏
เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีของการก่อตั้งในปีนี้ แผนกรังสีรักษาได้บรรลุสถิติผู้ป่วยใหม่สะสมจำนวน 10,000 ราย และดำเนินการรักษาทางรังสีรวมทั้งสิ้นกว่า 300,000 ครั้ง
📊 สรุปผลงานผ่านตัวเลข
จำนวนผู้ป่วยใหม่สะสม: ทะลุ 10,000 ราย
จำนวนครั้งการรักษาทางรังสี: บรรลุมากกว่า 300,000 ครั้ง
ประเภทมะเร็งที่เข้ารับการรักษามากที่สุด: มะเร็งเต้านม (24%), มะเร็งปอด (15%), มะเร็งศีรษะและลำคอ (12%) ตามลำดับ
📌 อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
แผนกรังสีรักษา โรงพยาบาลอาซาน คังนึง ดำเนินการรักษาโรคมะเร็งครบ 300,000 ครั้ง






คำถามที่พบบ่อย
แผนกรังสีรักษาของโรงพยาบาล Gangneung Asan มีจำนวนการรักษาสะสมเท่าไร?
เราได้ทำการรักษารังสีบำบัดไปแล้วกว่า 300,000 ครั้ง โรงพยาบาล Gangneung Asan ซึ่งฉลองครบรอบ 30 ปีในปีนี้ มีจำนวนผู้ป่วยใหม่สะสมเกิน 10,000 ราย และทำหน้าที่เป็นโรงพยาบาลหลักในการรักษามะเร็งในภูมิภาค Gangwon และ Yeongdong
มะเร็งชนิดใดที่ได้รับการรักษารังสีบำบัดมากที่สุด?
มะเร็งเต้านมคิดเป็นสัดส่วนสูงสุดที่ 24% ถัดมาคือมะเร็งปอด 15% และมะเร็งศีรษะและลำคอ 12% ซึ่งเป็นการรักษารังสีบำบัดที่พบบ่อยที่สุด และเราให้บริการการรักษาเฉพาะทางสำหรับมะเร็งหลากหลายชนิด
โรงพยาบาล Gangneung Asan ให้บริการรักษามะเร็งในภูมิภาคใดเป็นหลัก?
เราให้บริการรักษามะเร็งในภูมิภาค Gangwon และ Yeongdong เป็นหลัก เราให้การรักษารังสีบำบัดที่จำเป็นแก่ผู้ป่วยมะเร็งที่มีอาการรุนแรงในพื้นที่เหล่านี้ และได้สร้างฐานที่มั่นคงในฐานะศูนย์กลางสำคัญของการดูแลสุขภาพในภูมิภาค
โรงพยาบาล Gangneung Asan เปิดดำเนินการมาแล้วกี่ปีในปีนี้?
ปีนี้เป็นปีที่ 30 ของการเปิดดำเนินการ ในช่วงเวลาที่น่าจดจำนี้ แผนกรังสีรักษาได้บรรลุเป้าหมายสำคัญคือมีผู้ป่วยใหม่เกิน 10,000 ราย และมีการรักษาเกิน 300,000 ครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมอย่างมากในการพัฒนาการดูแลสุขภาพในชุมชนท้องถิ่น