강릉아산병원 공식 블로그

2026-05-29

ทำความรู้จักกับ ‘ต้อกระจก’ โรคที่ซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตาที่พร่ามัว - ศ.นพ. ชเว คยองจุน แผนกจักษุวิทยา โรงพยาบาลคังนึงอาซัน

เมื่ออายุมากขึ้น สายตาที่เคยแจ่มใสอาจเริ่มพร่ามัว ซึ่งมักมีสาเหตุมาจาก ‘ต้อกระจก’ เรียนรู้อาการ วิธีการรักษา และการป้องกันจากผู้เชี่ยวชาญ

ทำความรู้จักกับ ‘ต้อกระจก’ โรคที่ซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตาที่พร่ามัว - ศ.นพ. ชเว คยองจุน แผนกจักษุวิทยา โรงพยาบาลคังนึงอาซัน
การเปลี่ยนแปลงของสายตาที่มาพร้อมกับอายุที่มากขึ้น อาจเป็นต้อกระจกหรือไม่?🤔

หลายคนรู้สึกว่าเมื่ออายุมากขึ้น สายตาไม่ดีเหมือนแต่ก่อน มักจะคิดว่าเป็นเพียงปัญหาที่ต้องเปลี่ยนแว่นตาใหม่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มักจะมีโรคต้อกระจกซ่อนอยู่ ต้อกระจกคือโรคที่เลนส์แก้วตาซึ่งควรจะใสกลับขุ่นมัว ทำให้การมองเห็นพร่ามัว มีลักษณะเด่นคือมองเห็นสิ่งต่างๆ เหมือนมองผ่านกระจกที่มีฝ้าเกาะ เนื่องจากต้อกระจกดำเนินไปอย่างช้าๆ หากคุณเริ่มรู้สึกว่า ‘ตาพร่ามัว หรือใส่แว่นแล้วก็ยังเห็นไม่ชัด’ นั่นหมายความว่าโรคอาจดำเนินไปพอสมควรแล้ว​ โรคทั่วไปที่ใครก็เป็นได้ ส่วนใหญ่ของต้อกระจกเกิดจากการเสื่อมสภาพตามวัย อย่างไรก็ตาม สามารถเกิดขึ้นในคนอายุน้อยได้เช่นกัน โดยมีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุ, โรคเบาหวาน, โรคภูมิแพ้ผิวหนัง, การใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน หรือปัจจัยทางพันธุกรรม และในกรณีที่พบได้น้อยอาจเป็นต้อกระจกแต่กำเนิด แม้การใช้สมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์จะไม่ใช่สาเหตุโดยตรง แต่ความเมื่อยล้าของดวงตาและอาการตาแห้งจากการใช้งานเป็นเวลานานอาจทำให้สายตาแย่ลง ซึ่งความไม่สบายตาเหล่านี้มักเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ไปตรวจตาและตรวจพบโรคได้เร็วขึ้น​ อาการเบื้องต้นของต้อกระจก ต้อกระจกจะค่อยๆ ดำเนินไป โดยจะมีอาการมองเห็นภาพมัวๆ เห็นภาพซ้อน หรือเห็นสีซีดจางลง อาจรู้สึกแพ้แสงอย่างรุนแรงเมื่อเจอแสงแดดจ้าหรือไฟหน้ารถ และขับรถตอนกลางคืนได้ลำบาก หากเปลี่ยนแว่นตาแล้วสายตายังไม่ดีขึ้น จำเป็นต้องไปพบจักษุแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป แนะนำให้ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำแม้จะไม่มีอาการก็ตาม​

ทำไมถึงสับสนกับโรคตาอื่นๆ ได้ง่าย ต้อกระจกมีอาการคล้ายกับโรคสายตายาวตามวัย, โรคจอประสาทตาเสื่อม, ต้อหิน และโรคเบาหวานขึ้นจอตา สายตายาวตามวัยจะมีลักษณะเด่นคือมองตัวหนังสือใกล้ๆ ไม่ชัด ส่วนจอประสาทตาเสื่อมจะทำให้ภาพตรงกลางบิดเบี้ยวหรือเห็นเป็นจุดดำ อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องยากที่ผู้ป่วยจะแยกแยะความแตกต่างเหล่านี้ด้วยตนเอง ดังนั้นการตรวจโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งจำเป็น หากผู้ป่วยวินิจฉัยเองว่าเป็นเพียงต้อกระจกแล้วเลื่อนการตรวจออกไป อาจทำให้พลาดการวินิจฉัยโรคอื่นๆ ที่รุนแรงกว่าได้ การรักษาด้วยการผ่าตัดดีกว่าการใช้ยา ปัจจุบันยังไม่มีตัวยาใดที่สามารถรักษาต้อกระจกให้หายขาดได้ หากสายตาพร่ามัวจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การผ่าตัดคือวิธีรักษาเพียงวิธีเดียว ในบางกรณี ต้อกระจกที่ลุกลามอาจทำให้เกิดต้อหินมุมปิดเฉียบพลันได้ ดังนั้นหากอาการแย่ลงควรรีบตัดสินใจผ่าตัดโดยไม่รอช้า การผ่าตัดต้อกระจกทำภายใต้การฉีดยาชาเฉพาะที่ และส่วนใหญ่แทบไม่มีความเจ็บปวด ใช้เวลาผ่าตัดสั้นเพียง 10-20 นาที และโดยปกติสามารถกลับบ้านได้ในวันที่ผ่าตัด ในอดีตแผลผ่าตัดจะมีขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบันใช้การเปิดแผลขนาดเล็กมาก ทำให้ฟื้นตัวเร็วและมีผลข้างเคียงน้อย อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้เยาว์ที่ไม่สามารถให้ความร่วมมือในการฉีดยาชาเฉพาะที่ หรือผู้ป่วยที่มีโรคกลัวที่แคบ อาจจำเป็นต้องผ่าตัดภายใต้การวางยาสลบ หากไม่มีโรคตาอื่นๆ ร่วมด้วย อัตราการฟื้นฟูสายตาหลังผ่าตัดจะสูงมาก ปัจจุบันมีตัวเลือกเลนส์แก้วตาเทียมชนิดหลายระยะ (Multifocal IOL) ที่สามารถแก้ไขสายตายาวตามวัยได้พร้อมกัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นตามสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล​

วิธีป้องกันและนิสัยการใช้ชีวิต แม้จะไม่สามารถป้องกันต้อกระจกได้ทั้งหมด แต่มีวิธีที่ช่วยชะลอการดำเนินของโรคได้แก่ การป้องกันรังสียูวี (สวมแว่นกันแดด), การงดสูบบุหรี่, การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิต, หลีกเลี่ยงการใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน และการตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวานหรือใช้สเตียรอยด์มานาน การวินิจฉัยที่รวดเร็วและการผ่าตัดในเวลาที่เหมาะสมคือวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาดวงตาของคุณ​

ศ.นพ. ชเว คยองจุน แผนกจักษุวิทยา โรงพยาบาลคังนึงอาซัน ‘ต้อกระจกเป็นโรคที่พบได้บ่อย แต่หากปล่อยทิ้งไว้ก็อาจสูญเสียการมองเห็นได้ โปรดรักษาดวงตาของคุณด้วยการตรวจสุขภาพเป็นประจำและการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ’ – ศ.นพ. ชเว คยองจุน แผนกจักษุวิทยา โรงพยาบาลคังนึงอาซัน -


▲ คลิกที่ภาพเพื่อดูรายละเอียดข้อมูลทีมแพทย์
Like