2026-05-29
[Smart Doctor] หัวใจสำคัญของการรักษาโรคหลอดเลือดสมองคือ ‘เวลา’ ครับ ⏳ | โรคหลอดเลือดสมอง ตอนที่ 2
การรักษาโรคหลอดเลือดสมองต้องทำอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมงเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด การป้องกันการกลับเป็นซ้ำก็สำคัญไม่แพ้กัน
![[Smart Doctor] หัวใจสำคัญของการรักษาโรคหลอดเลือดสมองคือ ‘เวลา’ ครับ ⏳ | โรคหลอดเลือดสมอง ตอนที่ 2](/uploads/hi_gnah/224047058911/ee98513d808bfe4e.jpg)


ถาม: การรักษาโรคหลอดเลือดสมองทำอย่างไรครับ?
อันดับแรก ‘โรคหลอดเลือดสมอง’ ที่พบบ่อยคือภาวะที่หลอดเลือดอุดตัน เราเรียกว่า ‘โรคหลอดเลือดสมองตีบ’ หรือ ‘โรคหลอดเลือดสมองขาดเลือด’ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการอุดตัน ปัจจุบันในเกาหลีใต้ประมาณ 70% ของโรคหลอดเลือดสมองเกิดจากการอุดตัน และประมาณ 15% เกิดจากการแตกของหลอดเลือด การแตกของหลอดเลือดมักจะรุนแรงกว่า ดังนั้นในอดีตโรคหลอดเลือดสมองจึงถูกมองว่าเป็นโรคร้ายแรง โรคที่ทำให้เสียชีวิตจำนวนมาก และเป็นโรคร้ายแรง แต่ตอนนี้ปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความดันโลหิตถูกควบคุมอย่างเหมาะสม การแตกของหลอดเลือดจึงลดลง และโดยทั่วไปแล้ว เราจะทำการตรวจก่อนว่ามีการอุดตันหรือแตกภายในสมองหรือไม่
ขั้นแรก เราจะทำ CT สแกน ส่วนที่อุดตันจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำหลังจาก 12 ถึง 24 ชั่วโมง แต่การรักษาต้องทำอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง ดังนั้นแม้จะทำ CT สแกนก็จะไม่เห็นอะไรทันที แต่ CT สแกนก็ยังช่วยได้ เพราะถ้ามีการแตกของหลอดเลือดจะเห็นเป็นสีขาว เราจึงทำ CT สแกนเพื่อดูสิ่งนั้น ถ้ามีการแตกก็รักษาตามนั้น ส่วนการรักษาภาวะหลอดเลือดอุดตันนั้น ถ้ามาภายใน 4.5 ชั่วโมง จะมียาที่ช่วยเปิดหลอดเลือดที่อุดตัน เนื่องจากลิ่มเลือดเป็นสาเหตุของการอุดตัน จึงมียาที่ช่วยละลายลิ่มเลือด เราเรียกว่า ‘ยาละลายลิ่มเลือด’ มียาหลายชนิด แต่ที่ใช้จริงมีเพียง ‘TPA’ เท่านั้น ดังนั้นคุณควรรู้จักแค่ ‘TPA’ ก็พอ หากผู้ป่วยมาถึงห้องฉุกเฉินด้วยอาการอัมพาตกะทันหัน และเราฉีด ‘TPA’ เข้าไปอย่างรวดเร็ว ยานั้นจะไปละลายส่วนที่อุดตันได้ นี่จึงเป็นวิธีการรักษาพื้นฐานที่สำคัญ แต่ก็มีบางกรณีที่ฉีดแล้วก็ยังไม่เปิดหลอดเลือด แม้จะมาเร็วก็อาจไม่สำเร็จ เพราะอาจเกิดจากลิ่มเลือดขนาดใหญ่


ถ้าเป็นลิ่มเลือดขนาดเล็กก็สามารถละลายได้ทั้งหมด แต่ถ้าฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำและยาต้องเดินทางไปจนถึงปลายทางเพื่อละลายลิ่มเลือดทั้งหมด ก็อาจไม่เพียงพอ ดังนั้นถ้าละลายได้เพียง 1 ใน 3 ส่วนที่เหลือ 2 ใน 3 ก็ยังคงอุดตันอยู่ ประสิทธิภาพก็จะน้อยลงแน่นอน! เนื่องจากอาการอาจแย่ลงได้ หากยืนยันว่าหลอดเลือดยังคงอุดตันอยู่ เราต้องใช้วิธีอื่น นั่นคือ ‘การผ่าตัดเอาลิ่มเลือดออก’ เราจะสอดเข็มผ่านขาหนีบเข้าไปในร่างกายจนถึงบริเวณที่มีลิ่มเลือดอุดตัน มีอุปกรณ์ที่สามารถจับลิ่มเลือดได้อย่างแน่นหนา แล้วดึงออกมานอกร่างกาย แน่นอนว่าเราได้ใช้ ‘TPA’ ไปแล้ว การทำ ‘การผ่าตัดเอาลิ่มเลือดออก’ เพิ่มเติมจะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ดังนั้นจึงควรใช้ ‘TPA’ ซึ่งเป็น ‘ยาละลายลิ่มเลือด’ ก่อน ถ้าไม่ได้ผล ก็ให้ทำ ‘การผ่าตัดเอาลิ่มเลือดออก’ ทั้งหมดนี้ภายใน 24 ชั่วโมง! เราต้องเปิดโอกาสให้คุณได้รับการรักษาทั้งสองวิธีนี้ เพื่อให้คุณมีอาการดีขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก และผมอยากจะบอกว่าคุณเองก็ต้องมีส่วนร่วมในการรักษาอย่างกระตือรือร้นด้วย


ถาม: วิธีป้องกันหลังการรักษาโรคหลอดเลือดสมองคืออะไรครับ?
หากเกิดโรคหลอดเลือดสมอง การรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งสำคัญมากครับ และการป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำก็สำคัญไม่แพ้กัน แม้จะรักษาได้ดีแล้ว ก็ยังต้องควบคุมความดันโลหิตสูงและเบาหวานอย่างเคร่งครัด และอีกอย่างคือ ผู้ที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจมีลิ่มเลือดหลุดออกจากหัวใจไปที่สมองและทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ หากเป็นเช่นนั้น คุณต้องรับประทานยาที่ป้องกันการเกิดลิ่มเลือดในหัวใจอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่มีหลอดเลือดเสียหายก็ต้องรับประทานยาที่ป้องกันการเกิดลิ่มเลือดซ้ำ ยาที่รู้จักกันทั่วไปคือ ‘แอสไพริน’ แต่ ‘แอสไพริน’ เป็นยาที่ช่วยละลายลิ่มเลือดเล็กน้อยและป้องกันไม่ให้เกล็ดเลือดแข็งตัว จึงมีผลข้างเคียง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีหลอดเลือดสมองเสียหายและเคยเป็นโรคหลอดเลือดสมองมาแล้ว มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูงกว่าคนทั่วไป ดังนั้นแม้จะมีผลข้างเคียงเล็กน้อย ก็ยังคงใช้ ‘แอสไพริน’ เพราะประโยชน์มีมากกว่าโทษ
การใช้ยาอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันปัญหาในหลอดเลือดเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจก็เช่นกัน การใช้ยาที่ป้องกันการเกิดปัญหาจริงจะช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมองได้ ดังนั้นการสื่อสารระหว่างผู้ป่วยและแพทย์อย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองซ้ำอีกจึงเป็นสิ่งสำคัญ


การสื่อสารอย่างต่อเนื่องระหว่างผู้ป่วยและแพทย์เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ!
การตระหนักถึงโรคหลอดเลือดสมอง และที่สำคัญคือปัจจัยเสี่ยงที่ผมได้กล่าวไปแล้ว การไม่ทำสิ่งเหล่านั้นตั้งแต่ยังหนุ่มสาวจะช่วยให้คุณมีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพดีปราศจากโรคหลอดเลือดสมอง ดังนั้นโปรดมาปรึกษาที่แผนกประสาทวิทยาได้ตลอดเวลา เพื่อที่เราจะได้แนะนำแนวทางการป้องกันที่เหมาะสมกับคุณ และพยายามอย่างเต็มที่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองในชีวิตประจำวัน ผมเน้นย้ำสองสิ่งนี้ ผมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือคุณ ขอบคุณครับ






คำถามที่พบบ่อย
การตรวจแรกสุดเมื่อเกิดภาวะหลอดเลือดสมองคืออะไร?
ใช่ครับ การตรวจ CT scan จะทำเป็นอันดับแรก การตรวจ CT มีความจำเป็นเพื่อแยกแยะว่าเป็นการตกเลือดในสมอง (เส้นเลือดแตก) หรือภาวะสมองขาดเลือด (เส้นเลือดอุดตัน) เพื่อกำหนดแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง บริเวณที่แตกจะปรากฏเป็นสีขาว และบริเวณที่อุดตันอาจไม่ชัดเจนในช่วงแรก แต่การยืนยันว่ามีเลือดออกหรือไม่นั้นสำคัญมาก
ช่วงเวลาทองในการรักษาภาวะหลอดเลือดสมองอุดตันคือเมื่อใด?
การให้ยาละลายลิ่มเลือด (TPA) ควรทำภายใน 4.5 ชั่วโมงหลังจากเริ่มมีอาการ การมาถึงห้องฉุกเฉินภายในกรอบเวลานี้เพื่อรับยาทางหลอดเลือดดำเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อละลายลิ่มเลือดที่อุดตันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากยาไม่เพียงพอ ควรทำการผ่าตัดเอาลิ่มเลือดออกภายใน 24 ชั่วโมง
ถ้าการรักษาด้วยยาละลายลิ่มเลือดไม่ได้ผลจะทำอย่างไร?
จะมีการทำหัตถการเอาลิ่มเลือดออกเพิ่มเติม หากลิ่มเลือดขนาดใหญ่อุดตันและไม่สามารถละลายได้ด้วยยาเพียงอย่างเดียว จะมีการทำหัตถการภายใน 24 ชั่วโมง โดยการสอดท่อและเครื่องมือผ่านขาหนีบเข้าไปในหลอดเลือดเพื่อดึงลิ่มเลือดออกด้วยวิธีทางกายภาพ เพื่อฟื้นฟูการไหลเวียนของเลือด
หลังการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง ควรทานยาอะไรเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ?
ส่วนใหญ่จะรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน ผู้ป่วยที่มีความเสียหายของหลอดเลือดสมองอยู่แล้วมีความเสี่ยงสูงที่จะกลับเป็นซ้ำ ดังนั้นการรับประทานยาอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้เกล็ดเลือดแข็งตัวและเกิดลิ่มเลือดใหม่ แม้จะมีผลข้างเคียงเล็กน้อย ก็เป็นประโยชน์อย่างมากในการป้องกัน
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอาจเป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดสมองได้หรือไม่?
ใช่ครับ อาจเป็นสาเหตุได้ ในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ มีความเสี่ยงที่ลิ่มเลือดที่ก่อตัวขึ้นภายในหัวใจจะหลุดออก เดินทางไปตามกระแสเลือดไปยังสมอง และอุดตันหลอดเลือดสมองได้ ดังนั้นผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะควรรัปประทานยาเพื่อยับยั้งการก่อตัวของลิ่มเลือดอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง